น้องไก่ส่งข้อความประทับใจมาให้พี่ๆ ที่ York ด้วยค่ะ
“พี่ๆ York น่ารักทุกคนเลยครับ ช่วยเหลือและตอบข้อสงสัยได้ทุกเรื่อง คิดไม่ผิดเลยครับที่เลือก York”
น้องไก่ส่งข้อความประทับใจมาให้พี่ๆ ที่ York ด้วยค่ะ
“พี่ๆ York น่ารักทุกคนเลยครับ ช่วยเหลือและตอบข้อสงสัยได้ทุกเรื่อง คิดไม่ผิดเลยครับที่เลือก York”
น้องผักบุ้ง ส่งข้อความมาเล่าประสบการณ์การเรียนทำขนมที่ Le Cordon Bleu, London และความประทับใจที่มีต่อบริการของ York Institute ด้งนี้ค่ะ
“สวัสดีค่ะ ตอนนี้กำลังเรียนคอร์ส Patisserie ที่ Le Cordon Bleu, London สนุกมากกก แต่แอบเครียดนิดหน่อย ที่นี้มีสอบทั้งข้อเขียนและปฏิบัติ เพื่อนๆ ที่ Le Cordon Bleu, London ส่วนใหญ่เป็นคนยุโรป บางส่วนเป็นคนเอเชีย ซึ่งคนไทยค่อนข้างน้อยค่ะ ได้ฝึกภาษาไปด้วยแน่นอน กรุ๊ปนึงเรียนประมาณ 16 คน เชฟสอนสามารถสอนได้ทั่วถึงหมดค่ะ
ยังไงต้องขอบคุณพี่ๆ ที่ York Institute ด้วยค่ะ โดยเฉพาะพี่เกลดูแลดีมากก มีปัญหา ดึกแค่ไหนพี่ก็ตอบ มีปัญหาอะไรมาพี่ช่วยได้หมด ขอบคุณมากค่ะ”
น้องผักบุ้งเรียนหลักสูตร Patisserie ที่สถาบัน Le cordon bleu, London campus

บรรยากาศการเรียน

ผลงานของน้องผักบุ้ง

ขอบคุณน้องผักบุ้งมากๆ เลยค่ะที่มาแชร์เรื่องราวและประสบการณ์ในการไปเรียนที่ Le Cordon Bleu ประเทศอังกฤษ พี่ๆ ทุกคนที่ York ขออวยพรให้น้องผักบุ้งมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษและประสบความสำเร็จในการเรียนสมดังที่ตั้งใจไว้นะคะ 🙂
น้องนนท์ ติวเตอร์ภาษาอังกฤษคนเก่ง ส่งข้อความมาเล่าประสบการณ์ในการเดินทางไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ Northumbria University ทันทีที่ไปถึงเมือง Newcastle ประเทศอังกฤษเลยค่ะ
น้องลูกแก้วไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ โดยเริ่มจากเรียนหลักสูตร English for University Study เป็นเวลา 2 เทอมที่สถาบัน INTO Queen’s University Belfast แล้วต่อด้วยหลักสูตร Graduate Diploma สาขา Finance ที่สถาบัน INTO Queen’s University Belfast จากนั้นจึงไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทสาขา Marketing ที่ University of Stirling, Scotland ประเทศอังกฤษ
น้องอเล็กซ์ส่งข้อความมาทักทายพี่ๆ ด้วยค่ะ
” ขอบคุณ York ที่ทำให้ได้มาสัมผัสกับอีกมุมนึงของของชีวิต จะพยายามไม่ปฏิบัติตัวให้เสียชื่อคนไทยนะครับ
และขอบคุณพี่ๆ ที่คอยประสานงานให้มาโดยตลอด
ขอบคุณครับ “
น้องดิวส่งข้อความมาบอกเล่าความประทับใจในบริการของ York Institute ด้งนี้ค่ะ
” ก่อนอื่นก็ขอขอบคุณ York Institute สำหรับคำแนะนำที่ดีมาตลอด คอยสอบถามและให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ ทั้งแต่วันแรกที่ส่งอีเมล์ไป จนถึงตอนนี้เริ่มเรียนแล้วก็ยังสอบถามมาเป็นระยะ ตอนนั้นจำได้ทำงานอยู่แคนาดาแล้วอยากเรียนโทที่อังกฤษ เพราะมีสาขาที่ตั้งใจจะเรียนเปิด แต่ด้วยความที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลย เลยส่งเมล์ไปถามหลายเอเจนซี่ ทีมงาน York Institute เป็นทีมงานเดียวที่ตอบผมมา อย่างรวดเร็ว ข้อมูลแน่น และชำนาญการมาก ผมได้ offer จากมหาวิทยาลัยเร็วมาก เพราะเค้าติดต่อโดยตรงกับมหาวิทยาลัย ทุกปัญหาเลยได้รับการแก้ไขโดยทันที ที่ชอบที่สุดทุกคนเป็นกันเองมาก สุดท้ายนี้ ขอบคุณอีกครั้งครับ
สวัสดีค่ะ วันนี้ทาง York ได้มีโอกาสพูดคุยกับน้องเพชร นักเรียนของเราอีกคน ที่ได้ไปศึกษาต่อที่ Le Cordon Bleu, London ประเทศอังกฤษ
น้องเพชร เลือกเรียนหลักสูตรทำอาหารที่ LE CORDON BLEU ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานเลยค่ะ โดยเริ่มเรียนจากหลักสูตร Basic Cuisine,
Intermediate Cuisine, Superior Cuisine และ Diploma in Culinary Management
เดี๋ยวมาดูกันนะคะว่าการเรียนของน้องเพชรเป็นอย่างไรบ้าง จะสนุกแค่ไหน เราไปพูดคุยกับน้องเพชรกันเลยค่ะ

York : ทำไมน้องเพชรถึงเลือกเรียนที่ LE CORDON BLEU คะ
น้องเพชร : LE CORDON BLEU เป็นสถาบันที่สอนเกี่ยวกับศิลปะการประกอบอาหารที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลกด้วยประสบการณ์กว่า 150 ปี และผมได้เคยมาศึกษาที่เมืองลอนดอนมาก่อนหน้านี้ เลยตัดสินใจเลือกเรียนที่นี่ครับ
York : สำหรับค่าเรียนที่จ่ายไปนี้รวมค่าเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในครัวด้วย น้องเพชรได้รับอุปกรณ์จากโรงเรียนอะไรบ้างคะ
น้องเพชร : ชุดมีดจำนวน 7 เล่มตามลักษณะการใช้งาน , อุปกรณ์ที่จำเป็นอีกประมาณ 20 ชิ้นและเสื้อผ้าประกอบด้วยเสื้อเซฟแขนยาว กางเกง ผ้าเช็ดมืด ผ้าจับของร้อน ผ้าพันคอ หมวกครับ
York : ตอนนี้น้องเพชรก็เรียนมาได้ 2 คอร์สแล้ว หลังจากเรียน 2 คอร์สนี้แล้ว รู้สึกอย่างไรบ้างค่ะกับการเรียนที่ LE CORDON BLEU
น้องเพชร : รู้สึกคุ้มมากครับที่มาเรียนที LE CORDON BLEU เพราะว่าตอนที่เรียนก็ใช้วัตถุดิบสดและมีคุณภาพ เวลาที่ทำอาหารอะไร เราก็จะได้อาหารนั้นกลับบ้านไปทานด้วย เช่น ตอนที่ทำ lobster ก็ได้ทำคนละตัวไม่ต้องใช้ร่วมกับใคร แล้วก็เอากลับมาทานคนละตัวเลย , สถาบันมีความทันสมัย สะอาด และ ปลอดภัยมาก , อาจารย์ก็มีประสบการณ์ยาวนานสามารถตอบข้อสงสัยของผมได้ทั้งหมด
York : หลักสูตรนี้สอนอะไรน้องเพชรบ้างคะ
น้องเพชร : หลักสูตรนี้ไม่ได้สอนเพียงแค่การประกอบอาหารครับ แต่ยังสอนในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยในการทำอาหาร , การจัดการต้นทุนและการบริการในร้านอาหารและโรงแรมและหลักการวิทยาศาสตร์ในอาหารด้วยครับ

York : ในแต่ละวันน้องเพชรต้องทำกี่เมนูคะ แล้วแต่ละเมนูนั้นใช้เวลาทำนานไหมคะ
น้องเพชร : แล้วแต่วันครับ ทำตั้งแต่ 2-4 เมนูแล้วแต่วันครับ การทำอาหารมีเวลาให้คาบเรียนละ 3 ชั่วโมงครับ
York : เมนูที่น้องเพชรชอบมากที่สุดคือเมนูอะไรคะ เพราะอะไรถึงชอบ
น้องเพชร : ส่วนตัวชอบอาหารทะเลครับ เพราะว่าอาหารทะเลมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และในความคิดผม ผมว่าสะอาดและย่อยง่ายกว่าอาหารจำพวกเนื้อครับ
York : ในห้องเรียนมีนักเรียนกี่คนคะ และส่วนมากเป็นชาติไหนคะ
น้องเพชร : เทอมแรกมีนักเรียนทั้งหมด 16 คน เทอมสองเหลืออยู่ 14 คน ส่วนมากเป็นชาวยุโรปและมีคนเอเซียปะปนบ้างครับ

York : อาจารย์ผู้สอนนั้นเป็นคนชาติอะไรคะ และการสอนเป็นอย่างไรบ้างคะ อยากให้แชร์ให้ฟังคะ
น้องเพชร : อาจารย์ส่วนใหญ่เป็นคนฝรั่งเศสครับ การสอนเริ่มตั้งแต่การจับและรู้ประเภทการใช้ของมีด ประเภทและการนำไปปรุงอาหารของเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ จนไปถึงการใช้เทคนิคขั้นสูงในการประกอบอาหาร
York : ช่วยยกตัวอย่างวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารในแต่ละเมนูนั้น มีอะไรบ้างคะ
น้องเพชร : วัตถุดิบจำพวกเนื้อก็จะมี แพะ แกะ วัว กวาง กระต่าย หมู ไก่และเป็ด จำพวกทะเลก็มี กุ้งล็อปเตอร์ ปู หอยนางรม หอยแครงและปลาอีกหลายๆ ประเภท จำพวกผักจะมีผักพื้นเมืองของประเทศต่างๆ ที่พี่ๆ น้องๆ อาจจะไม่เคยเห็น สุดท้ายเครื่องปรุงและเครื่องเทศต่างๆ มีให้เลือกใช้มากมาย ขนาดน้ำมันมะกอกยังมีหลากหลาย มาจากทั่วโลกเลยครับ
York : สุดท้ายนี้อยากบอกอะไรกับน้อง ๆ ที่สนใจไปเรียนต่อด้านการทำอาหาร หรืออยากจะแนะนำอะไรเพิ่มเติมไหมคะ
น้องเพชร : ถ้าพี่ ๆ น้อง ๆ คนไหนชื่นชอบและรักในการทำอาหาร ไม่ต้องกลัวเลยว่าเคยทำอาหารเป็นมาก่อนหรือไม่ ขอแค่อดทนและไม่ย่อท้อ ตั้งใจฝึกฝน LE CORDON BLEU คือคำตอบครับ
ขอบคุณน้องเพชรมากๆ เลยค่ะที่สละเวลามาแชร์เรื่องราวและประสบการณ์ในการไปเรียนที่ LE CORDON BLEU ประเทศอังกฤษ พี่ๆ ทุกคนที่ York ขออวยพรให้น้องเพชรมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษและประสบความสำเร็จในการเรียนสมดังที่ตั้งใจไว้นะคะ 🙂
สวัสดีค่ะวันนี้ทาง York ได้มีโอกาสสัมภาษณ์นักเรียนของเรา สดตรงจากประเทศอังกฤษเลยทีเดียวค่ะ
น้องหยก ตัดสินใจไปเรียนภาษาที่ประเทศอังกฤษในเวลาเดียวกับที่น้องสาว,น้องพลอยเดินทางไปเรียนปริญญาโทด้านการโรงแรมที่ Switzerland (อ่านประสบการณ์การเรียนและการใช้ชีวิตที่สวิตเซอร์แลนด์ของน้องพลอยได้ที่นี่ค่ะ) เพราะเห็นว่าอังกฤษกับสวิตเซอร์แลนด์ อยู่ไม่ไกลกันมาก จะไปเจอกันก็ใช้เวลาเดินทางไม่นาน
น้องหยกจะมาเล่าประสบการณ์ที่ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษว่าเป็นอย่างไรบ้าง การเรียน การเดินทาง การใช้ชีวิต ที่นั่นจะสนุกจริงเหมือนที่หลายๆ คนเข้าใจหรือเปล่า เราไปทำความรู้จักกับน้องหยกกันเลยค่ะ

“สวัสดีครับ ผมชื่อหยกนะครับ ก่อนหน้าที่จะไปเรียนภาษาที่อังกฤษ ผมทำงานเป็นที่ปรึกษาการขาย รถยนต์ Lexus ครับ ผมรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ ทำให้เราได้เจอกับฝรั่งเยอะครับ แล้วพอเค้าเข้ามาคุยกับเรา เราตอบคำถามเค้าไม่ได้ ก็เลยรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย เลยตัดสินใจที่จะเรียนภาษาเพิ่ม ซึ่งเมืองที่ผมเลือกไปก็คือเมือง Bristol ครับ”
แล้วทำไมน้องหยกถึงเลือกไปเรียนที่เมือง Bristol ล่ะคะ “จริงๆ ตอนแรกก็ยังไม่ได้ตัดสินใจไป Bristol นะครับ พอดีได้คุยกับพี่ที่ York พี่เค้าแนะนำ Bristol เพราะพี่เค้าเคยไปมา พี่เค้าแนะนำได้น่าสนใจมาก ผมเลยหาข้อมูลเพิ่มจาก website ก็คิดว่าน่าจะเหมาะกับตัวเรามากที่สุด ก็เลยตัดสินใจเลือก Bristol ครับ”


แล้วครั้งแรกกับการเดินทางไปอังกฤษคนเดียว เป็นอย่างไรบ้างคะ “ครั้งแรกที่มาถึง ก็รู้สึกกลัวนิดหน่อยครับ เพราะเราพูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้เลย แต่คนที่นี่ก็เข้าใจเรา เพราะเรามาเรียนภาษาก็พยายามจะช่วยเราด้วย เลยสบายขึ้น ช่วง 2-3 วันแรกก็จะเหนื่อยหน่อยในการปรับตัว ทั้งเรื่องเวลา อาหาร และการเรียน หลังจากนั้นก็สบายเลยยยย”
แล้วเรื่องที่พักเป็นอย่างไรบ้างคะ “ผมเลือกที่จะพักที่ Homestay ก่อนครับ โฮสต์ที่มาพักครั้งแรกเลย ก็รู้สึกดีนะครับ บ้านและสถานที่แถวนี้โอเคครับ ใกล้สวนสาธารณะใหญ่ ผมชอบนะ รถเมล์ผ่านหลายสายเลย แต่หลังจากเดือนนึงแล้วผมก็ย้ายไปอยู่อีกโฮสต์นึงซึ่งอยู่ไกลออกไปอีก แต่คนนี้เฟรนลี่มาก เป็นกันเอง แต่ติดตรงที่ไกลไปนิด โดยรวมแล้วผมชอบมากกว่าโฮสต์แรกครับ ตอนนี้ผมก็ย้ายมาอยู่ที่ Resident แล้วครับ ซึ่งก็สะดวกดี เดินประมาณ 15-20 นาทีครับ ไม่ไกลมาก ส่วนใหญ่นักเรียนที่พักที่นี่ จะเดินครับ ไม่ค่อยมีใครนั่งรถเมล์”
แล้วหยกชอบและไม่ชอบอะไรในเมือง Bristol บ้างคะ “ผมชอบธรรมชาติที่นี่นะ สวนสาธารณะเยอะดี อากาศดี แม้จะมีฝนตกบ้าง แต่โดยรวมก็ดีครับ ส่วนที่ไม่ชอบเหรอครับ อาจจะเป็นเรื่องของค่าครองชีพนะ ถ้าเทียบกับบ้านเราแล้วจะแพงไปหน่อยนึง แต่ผมว่าก็ยังถูกกว่า London นะ”

โรงเรียนที่หยกไปเรียนเป็นยังไงบ้างคะ “ผมเรียนที่ EC Bristol ครับ โรงเรียนก็ดีนะครับ ครูที่สอนหลายคนน่ารัก เป็นกันเอง พยายามช่วยเหลือเราในทุกๆ เรื่องเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พัก หรือเรื่องอื่นๆ ก็สามารถบอกที่โรงเรียนได้เลยครับ การเรียนการสอนก็เข้าใจง่ายครับ ทำให้เราเรียนรู้ได้ไวขึ้นด้วย”
เพื่อนๆ ที่โรงเรียนส่วนใหญ่เค้ามาจากที่ไหนกันบ้างคะ “ส่วนใหญ่มาจาก ซาอุฯ ครับ ช่วงนี้อาจเป็น summer เลยเยอะ ตุรกี สเปน อิตาลี แต่ถ้าหมด summer คงจะเป็นเกาหลีครับ เพราะส่วนใหญ่อยู่กัน 6 เดือนขึ้นไปเท่าที่ผมถามมานะ”

มาอยู่ที่อังกฤษนี่อาหารการกินเป็นอย่างไรบ้างคะ มีให้เลือกเยอะไหม “ตอนมาถึงแรกๆ ก็กินแซนวิชในซุปเปอร์มาเก็ตนะครับ เพราะยังไม่รู้จักร้านอาหารเลย เพราะอาหารที่โฮสต์ทำก็ไม่ค่อยถูกปากเรา แต่โชคดีที่แถวบ้านโฮสต์ มีร้านอาหารไทย ทำอร่อยแล้วให้เยอะด้วยครับ ชื่อร้าน Siam Smile กินจนจะสนิทกันแล้วครับ พี่ที่ร้านก็น่ารักครับ ราคาถ้าเทียบกับร้านอื่นก็ราคาไม่แพงครับ 7 ปอนด์ เพราะร้านอื่น ที่ผมกินกับ 10 ปอนด์++ (ผมเป็นคนติดข้าวครับ ต้องกินข้าวตลอด)”

ส่วนใหญ่หลังเลิกเรียนหยกจะทำอะไรคะ “ส่วนใหญ่หลังเลิกเรียนก็จะหาอะไรกินกับเพื่อนตามร้านอาหารบ้าง hang out บ้าง นิดหน่อยครับ แต่บางคนก็ทำ activity กับโรงเรียนช่วงเย็นๆ ครับ ที่นี่เค้าจะมี activity ให้ทำทุกวันเลย”


แล้วตั้งแต่มาอยู่ที่อังกฤษมีเรื่องอะไรตื่นเต้นบ้างไหมคะ “เรื่องตื่นเต้นก็มีนะครับ….เรื่องสอบนี่แหละครับ ฮ่าๆๆๆ ไม่รู้จะผ่านไปอีก Level หรือเปล่า”
หยกได้อะไรจากการที่ได้มาเรียนมาใช้ชีวิตที่อังกฤษคะ “ก็หวังว่าจะได้ภาษากลับไปนะครับ ฮ่าๆๆๆ การที่ได้มาเรียนที่นี่ทำให้ผม ได้สังคมใหม่ ได้เพื่อนใหม่ ได้ทำอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เคยทำ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ อยากให้คนที่คิดจะมาเรียนต่อ ลองมาใช้ชีวิตที่นี่ดูครับ แล้วจะรู้ว่าได้อะไรเยอะแยะเลย”
สุดท้ายนี้หยกมีอะไรอยากจะฝากหรือแนะนำคนอื่นๆ ที่สนใจอยากมาเรียนที่ Bristol บ้างไหมคะ “จริงๆ ถ้าสนใจมาเรียนภาษที่อังกฤษก็มีให้เลือกหลายเมืองนะครับ แต่ถ้าใครชอบธรรมชาติ แม่น้ำ ความไม่น่าเบื่อของเมือง ผมแนะนำ Bristol นะครับ ผู้คนไม่เยอะมาก การเดินทางสะดวก อ้อ….อีกอย่างครับ ที่ EC Bristol คนไทยไม่เยอะครับ”
ขอบคุณน้องหยกด้วยนะคะที่สละเวลามาแชร์เรื่องราวและประสบการณ์ในการไปเรียนภาษาอังกฤษที่ Bristol พี่ๆ ทุกคนที่ York ขออวยพรให้น้องหยกมีความสุขกับการใช้ชีวิตที่ Bristol และประสบความสำเร็จในการเรียนสมดังที่ตั้งใจไว้นะคะ 🙂
สวัสดีค่ะ วันนี้เราได้รับเกียรติจากน้องพลอยที่เรียนจบแล้ว และแวะมาทักทายพี่ๆ ที่ York ค่ะ น้องพลอยจะมาเล่าประสบการณ์การไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษในครั้งนี้
น้องพลอยจบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขา MBA International Marketing , Coventry University (London campus) กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
พบกับประสบการณ์ของน้องพลอยกันเลยค่ะ

York : ก่อนที่น้องพลอยจะมาเรียนปริญญาโทที่ Coventry University น้องพลอยต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ
น้องพลอย : ก่อนหน้านี้ พลอยไปเรียนภาษาที่สถาบัน INTO London ประเทศอังกฤษ 6 เดือนค่ะ ซึ่งก็ได้ York นี่แหละคะที่แนะนำสถาบันและดำเนินเรื่องให้ทุกอย่าง เมื่อเรียนจบคอร์สแล้วก็กลับไทย หลังจากนั้นก็ไปเรียนต่อปริญญาโทค่ะ
York : ทำไมน้องพลอยเลือกเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษคะ
น้องพลอย : ที่เลือกต่อโทที่อังกฤษเพราะเป็นประเทศในฝันค่ะ อีกอย่างชอบฟุตบอลของอังกฤษอยากมีโอกาสไปดูสดๆ ในสนาม
York : ทำไมพลอยถึงเลือกเรียนสาขา MBA International Marketing ค่ะ
น้องพลอย : ตอนแรกพลอยลังเลว่าจะเรียนเกี่ยวกับพวกดีไซน์ต่อดีหรือเปล่า เพราะป.ตรี พลอยจบออกแบบกราฟฟิคมา แต่ที่บ้านก็บอกว่าเราพอมีพื้นฐานพวกดีไซน์อยู่บ้างแล้ว ลองไปเรียน Marketing ดูมั๊ย มันน่าจะสามารถเอามาประยุกต์กันได้นะ เพราะเรียกการตลาดมันมีได้คิด ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เราสามารถเอาความรู้เรื่องดีไซน์ที่เราพอมีมาใส่ในเรื่องของการคิดแผนการตลาดใหม่ๆ ได้ค่ะ สนุกดี
York : น้องพลอยได้ความรู้และประสบการณ์อะไรบ้างจากการเรียน International Marketing MBA ค่ะ
น้องพลอย : ถือว่าได้เยอะเลยค่ะ อย่างแรกคือเราไม่เคยเรียนพวกการตลาด การบริหารมาก่อน ต้องมาปูพื้นฐานเยอะกว่าคนอื่นค่ะ เทอมแรกเลยจะค่อยข้างหนักมากสำหรับพลอย เพราะบางทีตามเพื่อนไม่ทัน แต่พอเทอม 2 เทอม 3 เริ่มสนุก เพราะมันได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์เข้ามาในการคิด การออกแบบสินค้า เทอมแรกเน้นทฤษฎีให้เราเข้าใจว่าหลักการตลาดมีอะไรบ้าง เราต้องเข้าใจพื้นฐานของมัน อย่างที่ 2 ได้เพื่อนต่างชาติค่ะ ยิ่งต่างชาติต่างภาษายิ่งได้ไอเดียความคิดแปลกใหม่ ได้รู้ว่าคนประเทศนี้คิดแบบนี้แบบนั้นนะ ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางด้านความคิดเยอะมากๆ อย่างที่ 3 ได้เปิดมุมมองใหม่ๆ เยอะมาก จากการที่เคยเรียนแต่ที่ไทย พอมาเรียนที่อังกฤษได้มุมมองความคิดกว้างกว่าเดิมเยอะ ได้คุยกับอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ได้ประสบการณ์ จากเพื่อนร่วมคลาสที่เคยผ่านการทำงานมาก่อน เค้าก็จะแนะนำอะไรดีๆ หลายอย่างค่ะ

York : ในการเรียนสาขา Marketing น้องพลอยชอบเรียนวิชาไหนมากที่สุด และเพราะอะไรคะ
น้องพลอย : ชอบวิชา Digital marketing ค่ะ เพราะเป็นการใช้สื่อมีเดียในการโปรโมทสินค้า โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียต่างๆ เป็นคนค่อนข้างติดโซเชี่ยลค่ะ(แต่เดี๋ยวนี้ลดน้อยลงเยอะแล้ว55) มันสนุกที่ได้คิด ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนๆ เพราะได้ทำงานเป็นกลุ่ม เราจะมาแชร์ไอเดียกันว่าแต่ล่ะสื่อมีเดียเนี่ย เราสามารถทำออกมายังไงดีเพื่อทำให้ผู้คนหันมาสนใจในสินค้าเรา แล้วก็แลกเปลี่ยนไอเดียสื่อโซเชี่ยลที่เด่นๆ ของเพื่อนๆ ในกลุ่มที่มาจากประเทศตัวเองว่ามีข้อดีข้อเสียยังไง มันสนุกที่ได้รับรู้อะไรใหม่ๆ ของประเทศนั้นๆ แล้วก็วิชา Leadership ค่ะ เรียนรู้การเป็นผู้นำ ในแต่ละอาทิตย์อาจารย์ก็จะให้แบ่งกลุ่ม(กลุ่มเดิมทุกอาทิตย์นะคะ) แต่จะเปลี่ยนคนเป็น Leader มีกิจกรรมให้ทำ สนุกมากๆ ค่ะ อาจารย์ Nice มาก
York : Coventry University นี้ มีนักเรียนต่างชาติเยอะไหม มีชาติอะไรบ้างคะ ที่น้องพลอยเจอ
น้องพลอย : มีต่างชาติเยอะมาก แบบ International มากค่ะ เจอเยอะสุดก็คืออินเดียค่ะ นอกนั้นก็จะเป็นนักเรียนที่มาจากจีน ใต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งเศส กรีก เลบานอน ตูรกี คนไทยก็หลายคนค่ะ แต่สาขา Marketing คนไทยยังไม่เยอะเท่า Business ค่ะ
York : หลังจากเรียนจบแล้วกลับมา ได้เริ่มหางานทำที่ไทยรึยังคะ
น้องพลอย : หลังจากกลับไทยมาได้ไม่กี่อาทิตย์ก็เริ่มหางานค่ะ จริงๆ ตอนแรกจะยังไม่รีบทำงาน เพราะคุยกับเพื่อนๆ ที่เรียนที่อังกฤษด้วยกันมา พวกเค้ากลับมาไทยก่อนพลอยแต่ยังไม่หางานกันเลย555 พลอยก็ไม่ได้หางานจริงจังแต่ก็มียื่นๆ ไปบ้าง มีบริษัทเรียกสัมภาษณ์งานก็ไป และทีนี้มีบริษัทต่างชาติที่นึงเรียกสัมภาษณ์พลอยก็ไปตามนัด พอสัมภาษณ์เสร็จเค้าก็รับเราเข้าทำงานเลยแบบไม่ต้องรอ รู้ผลตอนนั้นเลย ก็แอบตกใจทำไมได้เร็วจัง เค้าก็บอกเห็นศักยภาพในตัวพลอย และเราสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และเคยมีประสบการณ์ทำงานที่อังกฤษ
York : ได้ประสบการณ์อะไรบ้างคะในการทำงานที่ไทย ได้นำเอาหลักสูตรที่เรียนมา นำมาใช้ในการทำงานไหมคะ
น้องพลอย : ได้มากเลยค่ะ เพราะพลอยเคยมีประสบการณ์ทำงานที่อังกฤษ ตรงนี้คือมันมีประโยชน์มากๆ นะคะ แม้จะเป็นแค่งานพาร์ทไทม์(แต่จริงๆ พลอยก็เหมือนทำฟูลไทม์ที่นั่นแหละ) พอเค้าเห็นเราเคยผ่านงานที่อังกฤษมาบ้างเค้าก็เลยสนใจเรา นี่ก็เป็นส่วนนึงที่ทำให้ได้งานไว ในตำแหน่ง Marketing executive เป็นบริษัทต่างชาติเจ้าของเป็นคนอังกฤษและออสเตรเลียค่ะ ได้เอาสิ่งที่เรียนมาใช้เยอะมาก และงานก็หนักมากๆ ด้วยค่ะ 555

York : ช่วยแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ที่สนใจจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษหน่อยคะ
น้องพลอย : ได้ประสบการณ์มาเพียบเลยค่ะ ทั้งได้เพื่อนต่างชาติ การใช้ชีวิตต่างแดน ต้องดูแลตัวเองช่วยเหลือตัวเอง ทุกอย่างต้องพึ่งตัวเองล้วนๆค่ะ มันต่างกับการเรียนที่ไทยมากๆ เราต้องปรับตัวมากๆเลยค่ะ เวลาคิดต้องคิดให้เร็วกว่าเดิมไหนจะประมวลผลจากภาษาอังกฤษมาไทย ไทยกลับไปอังกฤษช่วงแรกลำบากมากสำหรับพลอย แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ มันจะปรับได้เองตามอัตโนมัติ เราเริ่มคิดเป็นภาษาอังกฤษได้โดยไม่ต้องแปลกลับเป็นไทยให้ยุ่งยาก
อยากแนะนำให้คนที่มาเรียนป.โทที่อังกฤษ หาประสบการณ์ทำงานพาร์ทไทม์นะคะ มันช่วยให้เราเข้าใจชีวิตการทำงานต่างแดนมากขึ้นมากๆ พลอยได้ประสบการณ์จากตรงนี้เยอะเลย ช่วยให้เรามีมุมมอง เปลี่ยนความคิดอะไรบางอย่างได้ ไหนๆ ก็มาอังกฤษแล้วเสียเงินมาไกลตั้งมากมาย ใช้ชีวิตให้คุ้มค่ะ
ลองทำอะไรใหม่ๆ เถอะ ทำอะไรที่ไม่เคยทำ ออกจาก comfort zone บ้าง นี่อยู่ไทยใช้ชีวิตแบบคุณหนูมาตลอด แต่มาอยู่ที่อังกฤษได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ทำอะไรด้วยตัวเอง ไปเที่ยวทั่วยุโรปคนเดียว เมื่อก่อนเคยคิดว่าตัวเองขี้กลัว ไม่กล้าทำอะไรคนเดียว แต่พอได้ลองได้ทำมันดีแฮะ เราก็ทำได้นิ่ อยากให้ลองค่ะต้องเชื่อว่าตัวเองทำได้แล้วจะทำได้
ขอบคุณน้องพลอยมากค่ะที่ให้โอกาส York ได้ดูแลน้องพลอยในการไปศึกษาต่อที่อังกฤษทั้ง 2 ครั้ง พี่ๆ ทุกคนภูมิใจและขอเป็นกำลังใจให้น้องพลอยประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านอย่างที่ตั้งใจไว้นะคะ
น้องอีฟส่งข้อความมาเล่าประสบการณ์การเรียนภาษาที่อังกฤษ และความประทับใจที่มีต่อบริการของ York Institute ด้งนี้ค่ะ
” สวัสดีค่ะ อีฟค่ะ มาเรียนภาษาที่ลอนดอน 5 เดือน ตอนนี้เรียนได้เกือบเดือนแล้ว สนุกมากค่ะ ได้เพื่อนหลากหลายเชื้อชาติมาก อิตาลี ฝรั่งเศส บราซิล ฮอลแลนด์ ตุรกี โคลัมเบีย อัลมาเนีย เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ซีเรีย
ที่โรงเรียนมีคนไทยไม่กี่คนค่ะ ในคลาสอีฟมีคนไทยแค่สองคนรวมตัวอีฟแล้ว แต่อาจารย์จะไม่ให้นั่งใกล้กันค่ะอาจารย์ไม่อยากให้คุยภาษาตัวเองค่ะ บรรยากาศในห้องเรียนก็สนุกสนาน อาจารย์น่ารักสอนสนุก
อีฟเลือกอยู่บ้านกับโฮสเพราะอยากเรียนรู้ชีวิตแบบคนอังกฤษ โฮสแม่น่ารัก ใจดี ให้เกียติ ดูแลเราเหมือนคนในครอบครัว
ขอบคุณ York นะคะที่ช่วยจัดการ หาที่เรียน ช่วยเรื่องวีซ่า ช่วยหาที่พักและอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปปรึกษาจนถึงตอนนี้ ถ้าพี่ๆ น้องๆ คนไหนอยากมาเรียนต่างประเทศ แนะนำให้มากับ York เลยค่ะ ดูแลเหมือนพี่น้องจริงๆ ค่ะ พี่ๆ น่ารักมากๆ ปรึกษาได้ทุกเรื่อง😊
Ps. พี่ๆ น้องๆ ที่จะมาเรียนที่อังกฤษไม่ต้องขนเสื้อผ้าจากบ้านเรามาเยอะนะคะ เสื้อผ้ากันหนาวแบรนด์ของที่นี่สวยๆ ถูกๆ เยอะมากค่ะ ย้ำว่าสวยและถูกกว่าบ้านเราเยอะเลยค่ะ ให้ขนของกินไทยๆ ซอสถั่วเหลือง น้ำมันหอย น้ำปลา พริกป่น ข้าวคั่ว (อันนี้ความชอบส่วนตัว555) มาดีกว่าค่ะเพราะที่นี่ขายแพงมากก “
ขอบคุณน้องอีฟมากค่ะที่ให้โอกาส York ได้ดูแลน้องอีฟในการไปศึกษาต่อต่างประเทศครั้งนี้ พี่ๆ ทุกคนภูมิใจและขอเป็นกำลังใจให้น้องอีฟประสบความสำเร็จในการเรียนอย่างที่ตั้งใจไว้นะคะ
น้องอีฟ เรียนภาษาที่สถาบัน Malvern House กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

น้องจีเนียสได้รับทุนมูลค่า £3,995 จากสถาบัน INTO London ของหลักสูตร International Year One in Business (ค่าเรียนเต็มของหลักสูตรนี้คือ £17,995) พี่ๆ ทุกคนที่ York ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ
น้องหญิงส่งข้อความมาเล่าประสบการณ์การเรียนภาษาที่อังกฤษ และความประทับใจที่มีต่อบริการของ York Institute ด้งนี้ค่ะ
” หญิงเลือกเรียนที่ EC English, Bristol ไม่ผิดหวังเลยค่ะ อาจารย์และพนักงานทุกคนใส่ใจนักเรียนมาก ถ้ามีปัญหาเรื่องเรียน หรือที่พักก็สามารถปรึกษาได้ตลอด ถ้าพักกับหอที่ทางสถาบันจัดให้ก็จะเดินทางสะดวกมาก เนื่องจาก EC English ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองเลยค่ะ
มาเรียนที่นี่ทำให้มีพัฒนาการทางด้านภาษาอังกฤษดีขึ้น เพราะได้เจอเพื่อนจากหลายประเทศมากในชั้นเรียน
Bristol เป็นเมืองที่น่ารัก มีทุกอย่างครบเหมือนในลอนดอนเลย ถ้าอยากเรียนภาษาในเมืองที่ไม่ค่อยวุ่นวาย และค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก แนะนำที่นี่เลยค่ะ “
ขอบคุณน้องหญิงมากค่ะที่ให้โอกาส York ได้ดูแลน้องหญิงในการไปศึกษาต่อต่างประเทศครั้งนี้ พี่ๆ ทุกคนภูมิใจและขอเป็นกำลังใจให้น้องหญิงประสบความสำเร็จในการเรียนอย่างที่ตั้งใจไว้นะคะ
น้องหญิงเรียนภาษาที่สถาบัน EC English เมือง Bristol ประเทศอังกฤษ

สถาบันยอร์ค (York Institute) ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1987 และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมไทยแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ (TIECA) เราคือตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยและสถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงนับร้อยสถาบันทั่วโลก อาทิ
ทีมงานเดินทางไปเยี่ยมชมสถาบันต่างๆ ในต่างประเทศ เพื่อพูดคุยกับอาจารย์และเจ้าหน้าที่ และตรวจสอบคุณภาพสถานศึกษา บรรยากาศการเรียนการสอน รวมถึงเข้าร่วมการสัมมนาต่างๆ ที่จัดขึ้นในประเทศเพื่อ Update ข้อมูลทั้งหลักสูตร และข้อมูลสถาบันให้ถูกต้องอยู่เสมอ
ให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมดูแลและดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่เลือกหลักสูตร เตรียมเอกสารทำวีซ่า จัดหาที่พัก ประกัน ตั๋วเครื่องบิน ประสานงานในเรื่องต่างๆ ระหว่างเรียนจนกระทั่งเดินทางกลับประเทศไทย ประสานงานกับสถาบันการศึกษาตั้งแต่การสมัครและติดตามทุกคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่รวดเร็วที่สุด
ใส่ใจทุกรายละเอียดเพื่อให้ได้หลักสูตรที่ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด และเหมาะสมที่สุดกับนักเรียนแต่ละคน เราจึงได้รับความไว้วางใจและคำชื่นชมจากนักเรียนและผู้ปกครองมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี
เพราะเราเชื่อว่าการศึกษาคือการลงทุน และเข้าใจว่าการไปศึกษาต่อต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายสูง เราจึงมุ่งมั่นและทุ่มเท เพื่อให้น้องๆ ได้รับความคุ้มค่า และมีประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศที่ดีที่สุด
©2026 All Right Reserved. Designed and Developed by york institute