คู่มือ Study in Switzerland ฉบับสมบูรณ์สำหรับนักเรียนไทย ครอบคลุมหลักสูตรปริญญาตรี ปริญญาโท คอร์สภาษาอังกฤษ Summer Course ค่าใช้จ่าย วีซ่านักเรียน เมืองน่าเรียน สถาบันชั้นนำ และโอกาสฝึกงานแบบมีเงินเดือน
ขอคำปรึกษาฟรี → ดูหลักสูตรทำไมต้องสวิตเซอร์แลนด์
การเรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์ (Study in Switzerland) คือความฝันของนักเรียนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะสายการโรงแรม การท่องเที่ยว และการทำอาหาร (Culinary Arts) เพราะสวิตเซอร์แลนด์เป็นต้นกำเนิดของศาสตร์การบริหารโรงแรมสมัยใหม่ และเป็นบ้านของสถาบันระดับโลกอย่าง Les Roches, Glion และ Culinary Arts Academy Switzerland ที่ผลิตผู้บริหารโรงแรมและเชฟระดับแนวหน้าให้กับอุตสาหกรรมการบริการทั่วโลกมานานกว่าศตวรรษ
จุดเด่นสำคัญคือ หลักสูตรที่ผสานทฤษฎีเข้ากับการฝึกงานแบบมีเงินเดือน (Paid Internship) ทำให้นักเรียนได้ทั้งวุฒิระดับสากลและประสบการณ์ทำงานจริงก่อนจบ อีกทั้งหลายหลักสูตรสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด จึงไม่จำเป็นต้องรู้ภาษาเยอรมันหรือฝรั่งเศสมาก่อน เหมาะกับนักเรียนไทยที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษระดับปานกลางขึ้นไป
นอกจากคุณภาพการศึกษาแล้ว สวิตเซอร์แลนด์ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก มีความปลอดภัยสูง ระบบขนส่งสาธารณะที่ตรงเวลาและครอบคลุม รวมถึงทำเลที่ตั้งใจกลางทวีปยุโรป ทำให้เดินทางไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านอย่างฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และออสเตรียได้สะดวกในช่วงวันหยุด นักเรียนจึงได้ทั้งวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ชีวิตที่หาไม่ได้จากที่อื่น
หลักสูตร
ไม่ว่าคุณจะเพิ่งจบมัธยม อยากต่อยอดปริญญาโท หรือแค่อยากพัฒนาภาษา สวิตเซอร์แลนด์มีหลักสูตรรองรับทุกเป้าหมาย
Bachelor สาย Hospitality Management, International Business, Culinary Arts หรือ Event Management สอนเป็นภาษาอังกฤษ มีฝึกงานสลับกับการเรียนทุกปี เหมาะกับผู้จบ ม.6 หรือเทียบเท่า
Master / MBA / MSc ด้าน Hospitality, Luxury Brand Management หรือ F&B Management เน้นผู้บริหาร มีทั้งแบบมีฝึกงานและแบบเร่งรัด รับผู้จบปริญญาตรีทุกสาขา
English Preparation Course สำหรับปูพื้นก่อนเข้าหลักสูตรปริญญา หรือคอร์สภาษาระยะสั้น ราคาเริ่มต้นราว 15,000–25,000 บาท/สัปดาห์ ปรับระดับตามผลสอบวางระดับ
หลักสูตรเรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์ ปริญญาตรีส่วนใหญ่ในสายการโรงแรมและการทำอาหารใช้เวลาเรียน 3–4 ปี โครงสร้างหลักสูตรออกแบบมาให้สลับระหว่างภาคการศึกษาในห้องเรียนกับภาคฝึกงานจริง (Internship) ในอุตสาหกรรม ตัวอย่างสาขายอดนิยม ได้แก่ Bachelor of Business Administration in Hospitality Management, Bachelor in Culinary Arts, Bachelor in International Hospitality & Tourism และ Bachelor in Event Management โดยผู้สมัครส่วนใหญ่ต้องจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า พร้อมคะแนนภาษาอังกฤษ IELTS ประมาณ 5.0–5.5 ขึ้นไป
สิ่งที่ทำให้ปริญญาตรีจากสวิตเซอร์แลนด์แตกต่างคือการเรียนแบบ hands-on ในครัวและห้องปฏิบัติการบริการจริง นักศึกษาจะได้ฝึกทำอาหาร จัดการหน้าร้าน บริหารต้นทุน และดูแลลูกค้าตั้งแต่ปีแรก ทำให้พร้อมทำงานทันทีหลังเรียนจบ ไม่ใช่แค่ท่องทฤษฎีในตำรา นี่คือเหตุผลที่บัณฑิตสาย Hospitality ของสวิตเซอร์แลนด์เป็นที่ต้องการของโรงแรมและรีสอร์ตหรูทั่วโลก
สำหรับผู้ที่ต้องการก้าวสู่ตำแหน่งบริหาร หลักสูตรเรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์ ปริญญาโท เช่น Master in Hospitality Management, MBA in Hospitality, MSc in International Hospitality Management หรือ Master in Luxury Brand Management เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ระยะเวลาเรียนอยู่ที่ 1–2 ปี บางหลักสูตรมีภาคฝึกงานมีเงินเดือนรวมอยู่ด้วย ทำให้ได้ทั้งวุฒิและประสบการณ์ในเวลาเดียวกัน
หลักสูตรปริญญาโทหลายแห่งเปิดรับผู้จบปริญญาตรีทุกสาขา ไม่จำเป็นต้องจบด้านการโรงแรมมาก่อน จึงเหมาะกับผู้ที่อยากเปลี่ยนสายอาชีพเข้าสู่อุตสาหกรรมการบริการระดับหรู เนื้อหาเน้นการบริหารเชิงกลยุทธ์ การเงิน การตลาดแบรนด์หรู และภาวะผู้นำ พร้อมโอกาสสร้างเครือข่ายกับผู้บริหารและศิษย์เก่าในวงการโรงแรมระดับโลก
หากคะแนนภาษาอังกฤษยังไม่ถึงเกณฑ์ การเรียนภาษาอังกฤษ Switzerland ในคอร์ส English Preparation หรือ Pathway Program คือทางออก คอร์สเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเชิงวิชาการและเชิงวิชาชีพ ให้พร้อมเข้าเรียนหลักสูตรปริญญาต่อได้ทันที ราคาเริ่มต้นราว 15,000–26,000 บาทต่อสัปดาห์ โดยจำนวนสัปดาห์ที่ต้องเรียนขึ้นอยู่กับผลสอบวางระดับเมื่อแรกเข้า ยิ่งพื้นฐานแน่นก็ยิ่งประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
คอร์สระยะสั้น
Summer Course Switzerland คือทางเลือกยอดนิยมสำหรับนักเรียนที่อยากลองสัมผัสบรรยากาศการเรียนและการใช้ชีวิตในสวิตเซอร์แลนด์ก่อนตัดสินใจเรียนต่อเต็มหลักสูตร โดยทั่วไปจัดในช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคม ระยะเวลา 2–6 สัปดาห์
โปรแกรมมักผสมผสานคลาสเรียน (ทำอาหาร บริการ ภาษา หรือผู้นำ) เข้ากับกิจกรรมทัศนศึกษาในเมืองต่าง ๆ เช่น ล่องเรือทะเลสาบเจนีวา ทัวร์ช็อกโกแลต และเวิร์กช็อปในครัวมืออาชีพ เหมาะกับเยาวชนอายุ 12–18 ปี และผู้ใหญ่ที่มีเวลาจำกัด
นอกจากได้ทักษะและความรู้แล้ว Summer Course ยังเป็นโอกาสฝึกใช้ภาษาอังกฤษในสภาพแวดล้อมจริง สร้างเพื่อนต่างชาติ และเรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตัวเองในต่างแดน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้นักเรียนตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้นว่าอยากเรียนต่อเต็มหลักสูตรที่สวิตเซอร์แลนด์หรือไม่ ผู้ปกครองหลายท่านจึงมองว่าเป็นการ "ลองก่อนลงทุนจริง" ที่คุ้มค่า
ค่าใช้จ่าย
ตัวเลขด้านล่างเป็นค่าประมาณต่อปีการศึกษา (รวมค่าเล่าเรียน ที่พัก และอาหารในสถาบันเอกชนสาย Hospitality) แปลงเป็นเงินบาทโดยประมาณ อัตราแลกเปลี่ยนอาจเปลี่ยนแปลง
| ระดับ / หลักสูตร | ระยะเวลา | ค่าเล่าเรียน (CHF/ปี) | ประมาณเงินบาท/ปี |
|---|---|---|---|
| ปริญญาตรี Hospitality (เอกชน) | 3–4 ปี | 32,000–40,000 | ฿1,300,000–1,600,000 |
| ปริญญาโท / MBA (เอกชน) | 1–2 ปี | 35,000–45,000 | ฿1,400,000–1,800,000 |
| มหาวิทยาลัยรัฐบาล | 3–5 ปี | 1,500–4,000 | ฿60,000–160,000 |
| เรียนภาษาอังกฤษ (ต่อสัปดาห์) | 2–24 สัปดาห์ | 380–650 | ฿15,000–26,000 |
| Summer Course (ทั้งโปรแกรม) | 2–6 สัปดาห์ | 3,500–9,000 | ฿140,000–360,000 |
| ค่าครองชีพเฉลี่ย (ที่พัก+อาหาร) | ต่อเดือน | 1,800–2,800 | ฿72,000–112,000 |
*ค่าเล่าเรียนสถาบันเอกชนสาย Hospitality มักรวมที่พักและอาหารไว้แล้ว จึงสูงกว่ามหาวิทยาลัยรัฐ แต่มีฝึกงานมีเงินเดือนช่วยชดเชยค่าใช้จ่าย
เมื่อวางแผนงบประมาณเรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์ ควรแยกค่าใช้จ่ายออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ค่าเล่าเรียน (Tuition) ค่าที่พักและอาหาร (Accommodation & Meals) และค่าใช้จ่ายส่วนตัว (Personal Expenses) ข้อดีของสถาบันเอกชนสาย Hospitality คือมักรวมค่าที่พักและอาหารไว้ในแพ็กเกจแล้ว ทำให้ควบคุมงบได้ง่ายและไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่พักเอง ส่วนมหาวิทยาลัยรัฐบาลจะมีค่าเล่าเรียนต่ำมาก (หลักหมื่นถึงแสนบาทต่อปี) แต่ต้องหาที่พักและดูแลค่าครองชีพเองทั้งหมด
สิ่งที่ช่วยลดภาระได้มากคือค่าตอบแทนจากการฝึกงาน ในหลักสูตรสาย Hospitality นักศึกษามักได้ฝึกงานมีเงินเดือนราว 2,000–2,200 ฟรังก์สวิสต่อเดือน (ประมาณ 80,000–88,000 บาท) เป็นเวลา 4–6 เดือนต่อปี ซึ่งเงินก้อนนี้สามารถนำมาชดเชยค่าครองชีพหรือเก็บไว้เป็นทุนได้ ทำให้ค่าใช้จ่ายสุทธิต่อปีต่ำกว่าตัวเลขค่าเล่าเรียนที่เห็นในตารางอย่างมีนัยสำคัญ
คุณสมบัติและเอกสาร
การเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตั้งแต่เนิ่น ๆ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้กระบวนการสมัครและขอวีซ่าราบรื่น
| ระดับการศึกษา | วุฒิขั้นต่ำ | คะแนนภาษาอังกฤษ | เอกสารเพิ่มเติม |
|---|---|---|---|
| ปริญญาตรี | ม.6 หรือเทียบเท่า | IELTS 5.0–5.5 | Transcript, Passport, SOP, รูปถ่าย |
| ปริญญาโท / MBA | ปริญญาตรีทุกสาขา | IELTS 6.0–6.5 | Transcript, CV, SOP, Recommendation |
| คอร์สภาษาอังกฤษ | ไม่กำหนด | ไม่ต้องมีผลสอบ | Passport, ทดสอบวางระดับเมื่อแรกเข้า |
| Summer Course | อายุ 12 ปีขึ้นไป | พื้นฐานสื่อสารได้ | Passport, ใบยินยอมผู้ปกครอง (เยาวชน) |
คำแนะนำสำคัญคือควรเริ่มเตรียมเอกสารและสอบภาษาอังกฤษล่วงหน้าอย่างน้อย 6–8 เดือนก่อนกำหนดเปิดเทอม เพราะบางเอกสารต้องผ่านการรับรองหรือแปลอย่างเป็นทางการ ซึ่งใช้เวลา และหากคะแนนภาษายังไม่ถึงเกณฑ์ ก็ยังมีเวลาเรียนปรับพื้นฐานหรือสอบใหม่ได้ทัน
วีซ่านักเรียน
นักเรียนไทยที่เรียนเกิน 90 วันต้องขอวีซ่าประเภท D (National Visa / Long-stay) ควรเริ่มเตรียมเอกสารล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน
สมัครและได้จดหมายตอบรับจากสถาบันในสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมหลักฐานการชำระค่าเล่าเรียน/มัดจำ
แสดงเงินในบัญชีเพียงพอต่อค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพตลอดหลักสูตร (โดยทั่วไป 21,000+ CHF/ปี)
ต้องมีประกันสุขภาพครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่พำนักในสวิตเซอร์แลนด์
ยื่นเอกสาร แบบฟอร์ม รูปถ่าย และสัมภาษณ์ ที่สถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ กรุงเทพฯ รอผล 8–12 สัปดาห์
สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) แต่เป็นส่วนหนึ่งของเขตเชงเก้น (Schengen) การขอวีซ่านักเรียนสำหรับหลักสูตรที่ยาวเกิน 90 วันจึงต้องยื่นขอวีซ่าประเภท D (National Visa) ที่สถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ซึ่งแตกต่างจากวีซ่าท่องเที่ยวระยะสั้น เอกสารที่ต้องเตรียมโดยทั่วไปได้แก่ แบบฟอร์มคำร้อง จดหมายตอบรับจากสถาบัน หลักฐานการชำระค่าเล่าเรียน หลักฐานการเงิน ประกันสุขภาพ และหลักฐานที่พัก
ประเด็นที่นักเรียนไทยควรใส่ใจเป็นพิเศษคือหลักฐานทางการเงิน ทางการสวิสต้องการเห็นว่าผู้สมัครมีเงินเพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพตลอดหลักสูตร โดยทั่วไปประมาณ 21,000 ฟรังก์สวิสต่อปีขึ้นไป เอกสารนี้อาจเป็นบัญชีของผู้สมัครเองหรือของผู้สนับสนุน (Sponsor) เช่น บิดามารดา พร้อมจดหมายรับรองการสนับสนุน นอกจากนี้ระหว่างเรียน นักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานพาร์ตไทม์ได้ไม่เกิน 15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์หลังจากพำนักครบ 6 เดือน ซึ่งช่วยเสริมรายได้และประสบการณ์
เมืองน่าเรียน
แต่ละเมืองมีเสน่ห์และจุดเด่นต่างกัน ตั้งแต่ศูนย์กลางการเงินไปจนถึงเมืองริมทะเลสาบสุดโรแมนติก การเลือกเมืองที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และหลักสูตรของคุณมีผลต่อทั้งประสบการณ์การเรียนและค่าครองชีพ
ศูนย์กลางการเงิน มหาวิทยาลัยชั้นนำ ETH Zurich
เมืององค์กรระหว่างประเทศ ริมทะเลสาบเจนีวา
เมืองแห่ง Hospitality ทิวทัศน์ภูเขาและทะเลสาบ
เมืองมหาวิทยาลัย EPFL และโรงเรียนโรงแรม
เมืองริมทะเลสาบ ที่ตั้งสถาบันสอนทำอาหาร
เมืองหลวง มรดกโลก UNESCO ค่าครองชีพสมเหตุผล
หากคุณสนใจสาย Hospitality และ Culinary โดยตรง เมืองอย่างมงเทรอซ์ ลูเซิร์น และครานส์-มงตานา เป็นทำเลของสถาบันชั้นนำ ทั้งยังมีบรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การเรียน ส่วนผู้ที่ต้องการชีวิตเมืองใหญ่ที่มีโอกาสฝึกงานและทำงานหลากหลาย ซูริกและเจนีวาคือตัวเลือกที่โดดเด่น เพราะเป็นศูนย์กลางธุรกิจ การเงิน และองค์กรระหว่างประเทศ มีโรงแรมหรูและร้านอาหารระดับมิชลินจำนวนมาก
เรื่องค่าครองชีพก็เป็นปัจจัยสำคัญ เมืองใหญ่อย่างซูริกและเจนีวามีค่าครองชีพสูงที่สุดในประเทศ ขณะที่เมืองขนาดกลางอย่างแบร์นหรือโลซานมีค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผลกว่า สำหรับนักเรียนที่งบจำกัด การเลือกเรียนในเมืองรองแล้วเดินทางไปเที่ยวเมืองใหญ่ในวันหยุดด้วยระบบรถไฟที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ก็เป็นวิธีที่ช่วยประหยัดได้มาก
สถาบัน
สวิตเซอร์แลนด์คือแหล่งรวมสถาบัน Hospitality และ Culinary ที่ติดอันดับโลกมายาวนาน
| สถาบัน | เมือง | จุดเด่น |
|---|---|---|
| Les Roches | Crans-Montana | Hospitality Management ระดับโลก เครือข่ายศิษย์เก่ากว้าง |
| Glion Institute | Montreux / Bulle | Hospitality & Event Management วิทยาเขตวิวภูเขา |
| Culinary Arts Academy Switzerland | Le Bouveret / Lucerne | ศิลปะการทำอาหารและ Pastry มืออาชีพ |
| EHL (Hospitality Business School) | Lausanne | โรงเรียนโรงแรมแห่งแรกของโลก อันดับ 1 หลายปีซ้อน |
| ETH Zurich / EPFL | Zurich / Lausanne | มหาวิทยาลัยรัฐสาย STEM ระดับ Top 20 โลก |
สถาบันในสวิตเซอร์แลนด์แบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคือสถาบันเอกชนเฉพาะทางสาย Hospitality และ Culinary เช่น Les Roches, Glion, EHL และ Culinary Arts Academy Switzerland ซึ่งเน้นการเรียนแบบมืออาชีพ มีฝึกงานมีเงินเดือน และเครือข่ายอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง เหมาะกับผู้ที่มุ่งทำงานในวงการโรงแรม รีสอร์ต ครัวมืออาชีพ หรือแบรนด์หรูโดยตรง กลุ่มที่สองคือมหาวิทยาลัยรัฐบาลอย่าง ETH Zurich, EPFL, University of Zurich และ University of Geneva ซึ่งเด่นด้านวิชาการ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และธุรกิจ พร้อมค่าเล่าเรียนที่ต่ำกว่ามาก
เมื่อเลือกสถาบัน ควรพิจารณาปัจจัยหลายด้านประกอบกัน ทั้งการรับรองวิทยฐานะ (Accreditation) อัตราการได้งานของบัณฑิต เครือข่ายพันธมิตรสำหรับฝึกงาน ทำเลที่ตั้ง และแน่นอนว่างบประมาณ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่รู้จักแต่ละสถาบันอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณเลือกได้ตรงกับเป้าหมายอาชีพและกำลังทรัพย์มากที่สุด
ฝึกงานมีเงินเดือน
จุดขายสำคัญของการเรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์สาย Hospitality คือระบบ Sandwich Course ที่สลับการเรียนในห้องเรียนกับการฝึกงานจริงในอุตสาหกรรม โดยการฝึกงานส่วนใหญ่ มีค่าตอบแทน
ประสบการณ์นี้เองที่ทำให้บัณฑิตจากสวิตเซอร์แลนด์เป็นที่ต้องการของนายจ้างระดับสากล และมักได้งานเร็วหลังเรียนจบ
การฝึกงานยังเป็นเวทีสร้างเครือข่ายมืออาชีพ (Networking) ที่มีค่าที่สุดอย่างหนึ่ง นักศึกษาจำนวนไม่น้อยได้รับข้อเสนองานประจำจากสถานที่ที่เคยฝึกงาน หรือได้รับคำแนะนำต่อไปยังเครือโรงแรมระดับโลก เส้นทางนี้จึงไม่ใช่แค่การเรียนเพื่อรับปริญญา แต่เป็นการปูทางอาชีพในอุตสาหกรรมการบริการระดับสากลตั้งแต่ยังเรียนอยู่
ทุนและการลดค่าใช้จ่าย
แม้ค่าเล่าเรียนจะสูง แต่มีหลายช่องทางช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนไทยที่วางแผนดี
สถาบันเอกชนสาย Hospitality หลายแห่งมีทุนบางส่วน (Partial Scholarship) ให้กับผู้สมัครที่มีผลการเรียนดี มีความสามารถพิเศษ หรือสมัครในรอบต้น (Early Application) ทุนเหล่านี้มักครอบคลุมค่าเล่าเรียนตั้งแต่ 10% ถึง 30% นอกจากนี้ยังมีทุนจากรัฐบาลสวิส เช่น Swiss Government Excellence Scholarships สำหรับระดับปริญญาโทและเอกในมหาวิทยาลัยรัฐ ซึ่งมีการแข่งขันสูงและต้องเตรียมตัวล่วงหน้า
อีกวิธีที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริงคือรายได้จากการฝึกงานมีเงินเดือนที่กล่าวไปข้างต้น รวมถึงการทำงานพาร์ตไทม์ระหว่างเรียน (ไม่เกิน 15 ชั่วโมง/สัปดาห์) การเลือกเมืองที่ค่าครองชีพต่ำกว่า และการจัดการงบประมาณอย่างมีวินัย เมื่อรวมทุกช่องทางเข้าด้วยกัน ค่าใช้จ่ายสุทธิในการเรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์อาจต่ำกว่าที่หลายคนคิด
ไทม์ไลน์
วางแผนล่วงหน้าประมาณ 1 ปี คือกรอบเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเตรียมตัวอย่างไม่รีบร้อน
| ช่วงเวลา (ก่อนเปิดเทอม) | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|
| 12 เดือน | ค้นหาข้อมูล เลือกหลักสูตรและสถาบัน ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ |
| 10 เดือน | เตรียมสอบภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEFL) และรวบรวมเอกสาร |
| 8 เดือน | ยื่นใบสมัคร (สมัครรอบ Early เพื่อโอกาสทุน) |
| 6 เดือน | รับจดหมายตอบรับ ชำระค่ามัดจำ เตรียมหลักฐานการเงิน |
| 3 เดือน | ยื่นขอวีซ่านักเรียน ทำประกันสุขภาพ จองที่พัก |
| 1 เดือน | จองตั๋วเครื่องบิน เตรียมของ ปฐมนิเทศออนไลน์ |
กรอบเวลานี้เป็นแนวทางทั่วไป ซึ่งอาจปรับได้ตามรอบรับสมัครของแต่ละสถาบันและระยะเวลาพิจารณาวีซ่าในช่วงนั้น ๆ ข้อควรระวังที่พบบ่อยคือการเริ่มช้าเกินไปจนไม่ทันรอบสมัครหรือคิววีซ่า ทำให้ต้องเลื่อนไปเปิดเทอมถัดไป การเริ่มต้นเนิ่น ๆ และมีที่ปรึกษาคอยติดตามแต่ละขั้นตอนจึงช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
การใช้ชีวิต
มากกว่าการเรียน คือประสบการณ์ชีวิตในหนึ่งในประเทศที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก
สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มี 4 ภาษาราชการ ได้แก่ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี และโรมานช์ ทำให้แต่ละภูมิภาคมีวัฒนธรรมและบรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ นักเรียนไทยจะได้สัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรม พบเพื่อนจากทั่วทุกมุมโลก และเรียนรู้การอยู่ร่วมในสังคมนานาชาติ ซึ่งเป็นทักษะที่มีค่าอย่างยิ่งในโลกการทำงานยุคปัจจุบัน
ในด้านการใช้ชีวิตประจำวัน ระบบขนส่งสาธารณะของสวิตเซอร์แลนด์ขึ้นชื่อเรื่องความตรงเวลาและครอบคลุม รถไฟเชื่อมต่อแทบทุกเมือง ทำให้เดินทางไปเรียน ฝึกงาน หรือท่องเที่ยวได้สะดวก ธรรมชาติที่สวยงามทั้งภูเขาแอลป์ ทะเลสาบใส และหมู่บ้านสไตล์ยุโรป อยู่ใกล้แค่เอื้อม เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งในวันหยุด ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า ปั่นจักรยาน หรือเล่นสกีในฤดูหนาว
เรื่องอาหารการกิน แม้ค่าครองชีพจะสูง แต่นักเรียนสามารถประหยัดได้ด้วยการทำอาหารเอง ซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น และใช้บัตรส่วนลดนักเรียน สำหรับนักเรียนไทย ในเมืองใหญ่มีร้านอาหารเอเชียและวัตถุดิบไทยจำหน่าย ทำให้คลายความคิดถึงบ้านได้ไม่ยาก โดยรวมแล้ว การเรียนต่อสวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้ให้แค่วุฒิการศึกษา แต่มอบประสบการณ์ชีวิตที่จะติดตัวและเปิดโลกทัศน์ไปตลอดชีวิต
FAQ
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ทีมที่ปรึกษาของ York Institute พร้อมช่วยคุณเลือกหลักสูตร ประเมินค่าใช้จ่าย เตรียมเอกสารสมัคร และยื่นวีซ่า ครบจบในที่เดียว ไม่มีค่าบริการ ทักมาปรึกษาได้เลยทาง LINE หรือโทรหาเราโดยตรง
สถาบันยอร์ค (York Institute) ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1987 และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมไทยแนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ (TIECA) เราคือตัวแทนอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยและสถาบันสอนภาษาที่มีชื่อเสียงนับร้อยสถาบันทั่วโลก อาทิ
ทีมงานเดินทางไปเยี่ยมชมสถาบันต่างๆ ในต่างประเทศ เพื่อพูดคุยกับอาจารย์และเจ้าหน้าที่ และตรวจสอบคุณภาพสถานศึกษา บรรยากาศการเรียนการสอน รวมถึงเข้าร่วมการสัมมนาต่างๆ ที่จัดขึ้นในประเทศเพื่อ Update ข้อมูลทั้งหลักสูตร และข้อมูลสถาบันให้ถูกต้องอยู่เสมอ
ให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมดูแลและดำเนินการทุกขั้นตอนอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่เลือกหลักสูตร เตรียมเอกสารทำวีซ่า จัดหาที่พัก ประกัน ตั๋วเครื่องบิน ประสานงานในเรื่องต่างๆ ระหว่างเรียนจนกระทั่งเดินทางกลับประเทศไทย ประสานงานกับสถาบันการศึกษาตั้งแต่การสมัครและติดตามทุกคำถามเพื่อให้ได้คำตอบที่รวดเร็วที่สุด
ใส่ใจทุกรายละเอียดเพื่อให้ได้หลักสูตรที่ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด และเหมาะสมที่สุดกับนักเรียนแต่ละคน เราจึงได้รับความไว้วางใจและคำชื่นชมจากนักเรียนและผู้ปกครองมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี
เพราะเราเชื่อว่าการศึกษาคือการลงทุน และเข้าใจว่าการไปศึกษาต่อต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายสูง เราจึงมุ่งมั่นและทุ่มเท เพื่อให้น้องๆ ได้รับความคุ้มค่า และมีประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศที่ดีที่สุด
©2026 All Right Reserved. Designed and Developed by york institute